Sunday, November 19, 2023

เพชรบูรณ์​ : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเพชรบูรณ์จัดประชุมเตรียมการขับเคลื่อนลดนักดื่มหน้าใหม่

 


เพชรบูรณ์​ : เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเพชรบูรณ์จัดประชุมเตรียมการขับเคลื่อนลดนักดื่มหน้าใหม่


         เมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566​ นายสำเริง บุญแจ้ง ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดเพชรบูรณ์​ (โดยการสนับสนับสนุนกิจกรรมจาก สสส.)​ เป็นประธานการประชุมผู้เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนกิจกรรม ทั้งบุคคลในภาคเอกชนและภาคราชการ โดยในวันนี้ขับเคลื่อนเพื่อนำไปสู่การลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในสถานศึกษา​ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษา​ ระดับอาชีวศึกษา​ ระดับก่อนอุดมศึกษา​ และระดับอุดมศึกษา​ ตลอดทั้งการศึกษา​นอกระบบในห้องเรียน



          โดยมีการเตรียมการในการจัดลงนามความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนงานไปสู่ความสำเร็จ สำหรับผู้บริหารองค์กร ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน สมาคม และคณะบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนึ้ จะมีการประสานความร่วมมือตามขั้นตอนต่างๆ ต่อไป

          สำหรับกลุ่มเป้าหมายในเบื้องต้นที่จะเชิญร่วมลงนาม ได้แก่ ผวจ.เพชรบูรณ์​ สคร.2 พิษณุโลก สคล.ภาคเหนือตอนล่างพิษณุโลก​ มหาวิทยาลัยราชภัฎ​เพชรบูรณ์​ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์​ สนง.ศึกษาธิการ​จ.เพชรบูรณ์​ สนง.เขตพืันที่การศึกษา​ประถมศึกษา​เพชรบูรณ์​ เขต 1 เขต 2 และ เขต 3 สนง.เขตพื้นที่การศึกษา​มัธยมศึกษา​เพชรบูรณ์​ สนง.อาชีวศึกษา​ จ.เพชรบูรณ์​ วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์​ วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์​ วิทยาลัยการอาชีพวิเชียรบุรี วิทยาลัยการอาชีพชนแดน วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบูรณ์​ ท้องถิ่นจังหวัดเพชรบูรณ์​ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์​ สนง.สาธารณสุข​ จ.เพชรบูรณ์​ สนง.สาธารณสุข อ.เมือง​เพชรบูรณ์​ สนง.ส่งเสริมการเรียนรู้ จ. เพชรบูรณ์​ มจร.วิทยาลัยสงฆ์พ่อขุนผาเมือง สมาคมกีฬา จ.เพชรบูรณ์​ สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย เพชรบูรณ์ นายกสโมสรนิสิตนักศึกษา มรภ.เพชรบูรณ์​ สมาคมสมาพันธ์​สื่อสารมวลชน จ.เพชรบูรณ์​ ประธานชมรมคนหัวใจเพชร ประธานสภาเด็กและเยาวชน จ.เพชรบูรณ์​ รศ.ดร.วศิน ปัญญาวุฑตระกูล คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ​ และหน่วยงานอื่นๆ รวมกันไม่ต่ำกว่า 25 หน่วยงาน

         

           ติดตามประมวลภาพส่วนหนึ่งได้ที่เว็บไซต์​เฟสบุ้ค เว็บ​ลิงค์​

https://shorturl.asia/8hlEr



Friday, November 17, 2023

สหพันธ์ข้าราชการบำนาญภาคเหนือ 16 จังหวัด จัดประชุมครั้งที่ 4/2566 โดยมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาที่น่าติดตามหลายเรื่อง

 



สหพันธ์ข้าราชการบำนาญภาคเหนือ 16 จังหวัด จัดประชุมครั้งที่ 4/2566 โดยมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาที่น่าติดตามหลายเรื่อง

          เมื่อวันอังคารที่ 14  พฤศจิกายน 2566 เวลา  13.00 น. ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านกง (ราษฎร์อุทิศ) อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย สหพันธ์ข้าราชการบำนาญภาคเหนือ 16 จังหวัดได้จัดประชุมกรรมการและสมาชิก โดยมีเรื่องสำคัญที่น่าติดตามหลายเรื่อง การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งที่ 4/2566 ณ จังหวัด สุโขทัย หลังจากที่มีการจัดประชุม ครั้งที่ 3/2566 ณ จังหวัดพะเยา มาก่อนหน้านี้แล้ว


          ก่อนการประชุมได้มีการกล่าวต้อนรับผู้มาร่วมการประชุมจาก 16 จังหวัดภาคเหนือ จากนั้นเข้าสู่พิธีการ โดยได้เรียนเชิญ นายถวิล น้อยเขียว อดีตผู้แทนครูในคณะกรรมการ ตลอดทั้งคณะอนุกรรมการอีกหลายคณะ เป็นประธานจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย และบรรยายพิเศษ  

          จากนั้น  ดร.ทนง ทศไกร  ประธานสมาพันธ์ข้าราชการบำนาญ  16 จังหวัด ภาคเหนือ ได้เป็นประธานการประชุม และได้ดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระที่เกี่ยวข้อง จนเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 16.00 น. ในโอกาสนี้นายประดิษฐ์ บุญยอด นายกสมาคมข้าราชการบำนาญเพชรบูรณ์​ ได้นำคณะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย จำนวนทั้งสิ้น 4 ท่าน ได้แก่ นายวันชัย ศรีเหนี่ยง เลขานุการสมาคมข้าราชการบำนาญฯ  นายทวีศักดิ์ ​มีประจำ กรรมการ  และนายเรือน สิงห์โสภา  กรรมการ


           สำหรับเรื่องที่นำเข้าที่ประชุมประกอบด้วยเรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ จำนวน 2​ เรื่อง คือ ขอขอบคุณกรรมการและสมาชิกที่ได้เข้าร่วมการประชุม​ และการประชุมในวันนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามมติที่ประชุมสำคัญ 4  เรื่อง ที่เป็นปัญหาของข้าราชการบำนาญ โดยได้มอบเอกสารให้แก่พรรคการเมืองต่างๆ ไปแล้ว เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 ไปยื่นหนังสือที่รัฐสภา

            จากนั้นเป็นการรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ 3/2566 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2566​ ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมมีมติรับรองรายงานการประชุมนี้

           


            ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อทราบ ได้แก่เรื่องที่ 1 รายงานรับจ่ายเงินสหพันธ์ข้าราชการบำนาญภาคเหนือ 16 จังหวัด เรื่องที่ 2 การกลุ่มจังหวัดของสมาพันธ์​ข้าราชการบำนาญ 16 จังหวัด โดยมีการแบ่งกลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน   กลุ่มที่  2  เชียงราย พะเยา น่าน และแพร่   กลุ่มที่ 3 พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย และตาก    และกลุ่มที่ 4 นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์

              และเรื่องที่ 3  ปัญหาของข้าราชการบำนาญ เรื่องขอตกเบิกเงิน ชคบ.ย้อนหลังให้กับข้าราชการบำนาญผู้ที่ลาออกจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. เนื่องจาก สมาชิกบางท่านยังได้สิทธิ์ไม่ครบถ้วน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลตกเบิกเงิน ชคบ.ที่เหลือให้กับข้าราชการบำนาญทุกคนที่มีสิทธิ์ และที่ลาออกจาก กบข.มารับบำนาญแบบ ปี 2494 เหมือนกับที่ได้ตกเบิกเงินบำนาญย้อนไปถึงวันเกษียณอายุราชการ ฝากถึงรัฐบาลได้ดำเนินให้ด้วย


           ทั้งนี้ ส่วนเรื่องที่ 4  ข้าราชการบำนาญขอให้รัฐบาลปรับ เงิน ชคบ.ให้สมาชิกบำนาญ เพราะไม่ได้ปรับเงินมาเป็นเวลานาน ครั้งสุดท้าย ปรับเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2557 ที่เรียกร้องให้ปรับเงิน ชคบ.ด้วย เหตุผลคือ ไม่ได้ปรับมานานแล้ว และด้วยอัตราเงินเฟ้อ  รวมทั้งค่าของเงินต่ำมาก ค่าของเงินลดลง ของก็แพง ของขึ้นราคา น้ำมันแพง ทองแพง แต่ข้าราชการบำนาญได้รับเงินบำนาญเท่าเดิม การขอปรับเงิน ชคบ. หากข้าราชการบำนาญจะได้รับ รัฐบาลต้องปรับเงินเดือนข้าราชการก่อน ดังนั้นจึงเรียกร้อง ให้รัฐบาลปรับเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบด่วน

            เรื่องที่ 5 ขอให้แก้ไข พรบ.ผู้สูงอายุ โดยมีการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ (ฉบับที่... พ.ศ......)​  ตามหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 48 วรรค 2 "บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และบุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ" เหตุผลคือสิทธิในการรับสวัสดิการ จึงควรรวมถึงบุคคลที่มีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปที่เป็นข้าราชการบำนาญทุกประเภท ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ และพนักงานหรือลูกจ้างขององค์กรของรัฐ ที่มีสัญชาติไทยให้มีชีวิตอยู่อย่างสมศักดิ์ศรีของการเป็นประชาชนชาวไทย จึงสมควรแก้ไขหลักเกณฑ์ และวิธีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แก่บุคคลที่เป็นประชาชนชาวไทย ซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ให้มีความเสมอภาคอย่างทั่วถึง รวดเร็ว และเป็นธรรมจากรัฐ จึงจำเป็นต้องผลักดันแก้ไขพระราชบัญญัตินี้ให้รัฐบาลเพิ่มเติม ใน พรบ.ผู้สูงอายุ พ.ศ.2546


           สำหรับเรื่องที่ 6 ขอให้รัฐบาลปรับแก้ไขการคำนวณสูตรการคิดคำนวณบำเหน็จบำนาญ โดยขอปรับการคิดคำนวณบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 3 ฉบับ โดยกฎหมายทั้งสามฉบับ มีสูตรการคิดคำนวณ เดิม หารด้วย 50 ขอแก้ไขใหม่ เป็น หารด้วย 30 (เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ตามมติของสภาผู้แทนราษฎรฯ)



           ส่วนเรื่องที่ 7 ขอให้รัฐบาลเพิ่มเงินรายหัวนักเรียน (เดิม ปฐมวัย หัวละ 1,700 บาท ประถมศึกษา หัวละ 1,800 บาท  มัธยมศึกษาตอนต้น หัวละ 3,500 บาท มัธยมศึกษา​ตอนปลาย หัวละ 3,800 บาท สำหรับเงินที่รับอยู่ในปัจจุบันนี้หากเป็น โรงเรียน ขนาดเล็ก เงินรายหัวที่ได้นำไปจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภคเป็นค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ก็หมดแล้วบางโรงเรียนไม่พอด้วยซ้ำ ทำให้เงินที่จะนำมาพัฒนาไม่เพียงพอ จึงให้รัฐบาลปรับเพิ่มเงินรายหัวให้นักเรียนทุกระดับ  ระดับละอย่างน้อย 700 บาท และจัดสรรงบพัฒนาให้โรงเรียนเป็นกรณีต่างไปจากรายหัวเดิม ให้ตามแบบขนาดโรงเรียน ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และขนาดใหญ่พิเศษ

            เรื่องที่ 8  ขอให้รัฐบาลจัดสรรเจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียน ให้มีครบทุกโรงเรียน ให้เป็นไปตามนโยบายของโครงการชื่อ โครงการคืนครูให้นักเรียน เพราะครูธุรการทำหน้าที่งานธุรการเองทั้งหมด ครูก็จะมีหน้าที่สอนอย่างเดียว ทำให้ครูมีเวลาดูแลนักเรียนอย่างเต็มที่ และอย่าให้มีธุรการสองมาตรฐาน คือ ธุรการรับค่าตอบแทน 15,000 บาท และธุรการรับค่าตอบแทน 9,000 บาท ให้มีการรับค่าตอบแทนเท่ากัน คือ ปริญญาตรี 15,000 บาท ทุกคน รวมทั้งขอให้รัฐดำเนินการให้ธุรการได้มีความมั่นคงในอาชีพจะได้ไม่ต้องลาออกไปรับงานอื่น โดยให้มีการประเมินผลงานปรับให้เป็นพนักงานราชการด้วย

            เรื่องที่ 9 ขอให้รัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จัดสรรภารโรงให้มีครบทุกโรงเรียน เพราะงานภารโรงเป็นงานหน้าตาที่ต้องดูแลความสะอาดอาคารห้องน้ำห้องส้วม บริเวณ ให้เกิด เรียบร้อยสวยงาม เป็นเวรยามรักษาความปลอดภัย ปิดประตูหน้าต่างอาคาร ปัจจุบันโรงเรียนที่ไม่มีภารโรง ผอ.โรงเรียน ครู และนักเรียนแบ่งเวลากันมาทำหน้าที่ภารโรงและขอให้รัฐบาลจัดให้ภารโรงมีสวัสดิการที่ดี รวมทั้งขณะนี้ลูกจ้างประจำที่มีอยู่แล้วเวลาเกษียณไม่ได้รับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลเหมือนเดิม เพราะไปตัดสวัสดิการของเขาจึงเรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาให้โรงเรียนด้วย



            เรื่องที่ 10 ให้รัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นประธานกรรมการครุสภาโดยตำแหน่งได้นำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ และมีสั่งการให้คุรุสภา ได้ปรับวิธีการขอรับหรือขอมีใบอนุญาตประกอบวิชีพครู ได้โดยอัตโนมัติ หลังจากผ่านการเรียนเข้ม การฝึกอบรมอย่างเข้ม และผ่านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โดยไม่ต้องมีการสอบขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอีก ปีนี้มีการสมัครเพื่อลงทะเบียนขอสอบรับใบประกอบวิชาชีพสองครั้ง แต่ละครั้งมีการรับจำนวนจำกัด มีเวลารับที่พร้อมจะหมดเวลา นักศึกษาสมัครไม่ทันหลายคนจึงทำให้ไม่มีสิทธิ์สอบทั้ง ๆ ศึกษาอบรมมาตามหลักสูตรครบ จะสมัครก็ไม่ทันหมดเวลา ให้เวลาน้อย สมัครทันก็จายค่าสมัครไม่ได้จึงทำให้เสียเวลา

            เรื่องที่ 11 ให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)​หาวิธีการเพิ่มข้าราชการใน สกร.ระดับอำเภอและระดับจังหวัด ให้มีจำนวนมากกว่านี้ เพราะข้าราชการจริง ๆ โตไม่ทันที่จะขึ้นเป็นผู้บริหารระดับอำเภอ บางจังหวัดมี ผอ.อำเภอไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะข้าราชการที่มีสิทธิ์สอบมีน้อย ข้าราชการส่วนใหญ่ก็เป็นครู คศ.1 ไม่มีสิทธิสอบ และขอให้หาวิธีการปรับปรุงตำแหน่งพนักงานราชการใน สกร.อำเภอ จังหวัด เป็นข้าราชการโดยการประเมินจะได้มีข้าราชการเพียงพอ และทันกับความก้าวหน้าเติบโตในตำแหน่ง


           เรื่องที่ 12 ให้รัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คืนตำแหน่งครูที่เกษียณโดยเร็วหลังจากเกษียณแล้ว ใช้เวลานานมาก หรือเป็นปี เป็นหลายถึงจะได้รับตำแหน่งคืน เพราะเนื่องจากโรงเรียนขนาดเล็กขาดแคลนครูถึงเวลาครูในโรงเรียนเกษียณตามอายุราชการ แต่ยังไม่ได้รับตำแหน่งคืนทันทีผลเสียหายตกอยู่ที่นักเรียนเป็นการทำบาปให้นักเรียนมาก

            เรื่องที่ 13  เรื่องจากศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ข้าราชการบำนาญ โดยนายสรศักดิ์ อ้วนล้วน ได้นำเสนอความก้าวหน้าในการดำเนินการ

            เรื่องที่ 14  เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยนายประชัน จันระวังยศ ได้เสนอความคืบหน้าให้ที่ประชุมทราบ

           สำหรับระเบียบวาระที่ 4  เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา  ได้แก่ เรื่องที่ 1 การติดตามเรื่องให้รัฐบาลแก้ปัญหาของสหพันธ์ข้าราชการบำนาญภาคเหนือ ที่ประชุมเห็นชอบในการนำเสนอและมอบหมายบุคคลเป็นคณะกรรมการ​ไปดำเนินการ  และเรื่องที่ 2 การจัดกิจกรรมหาทุนเข้าสมาพันธ์​ฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของสมาพันธ์​ฯ ที่ประชุมเห็นควรชอบในการจัดทำเสื้อที่ระลึกของสมาพันธ์​ฯ จำหน่ายให้แก่สมาชิก โดยจะมีการประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

            ระเบียบวาระที่ 5 เรื่องอื่น ๆ ได้มีการพิจารณาถึงสถานที่ที่จะจัดการประชุมในครั้งถัดไป  ที่ประชุมมีมติจัดขึ้นที่จังหวัดพิจิตร

            ติดตามประมวลภาพส่วนหนึ่งได้ที่เว็บ​ลิงค์​ https://shorturl.asia/T3azX


Saturday, November 11, 2023

ชมรมพารามอเตอร์จังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมเปิดงานสะเดียงคัพครั้งที่ 23 ปี 2566


ชมรมพารามอเตอร์จังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมเปิดงานสะเดียงคัพ ครั้งที่ 23 ปี 2566 นำฟุตบอลจากฟากฟ้าสู่สนามแข่งขัน

            นายถนอม ศรีวงศ์ษา ประธานชมรมพารามอเตอร์จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ชมรมพารามอเตอร์จังหวัดเพชรบูรณ์ได้ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล 7 คน ต้านยาเสพติด หรือ สะเดียงคัพ ครั้งที่ 23 ปี 2566 ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านสะเดียง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยได้นำฟุตบอลสำหรับใช้ในเปิดการแข่งขันลงมาจากท้องฟ้า โดยใช้เครื่องพารามอเตอร์บิน จำนวน 2 ลำ สร้างความตื่นเต้นสนุกสนาน แก่เยาวชนและแขกผู้มีเกียรติที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดในครั้งนี้ 

.




            การแข่งขันกีฬาฟุตบอล สะเดียงคัพ ครั้งที่ 23 นี้ เป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประเภท 7 คน จัดโดยชมรมฟุตบอลบ้านสะเดียง ร่วมกับกรมพลศึกษา เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ และองค์การบริหารส่วนตำบลสะเดียง นับเป็นการแข่งขันกีฬาที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปี โดยเยาวชนได้ใช้เวลาว่างเข้าร่วมการแข่งขัน ทำให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ห่างไกลจากยาเสพติด มีความรักและสามัคคีในหมู่คณะ มีความเป็นคนมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ถือเป็นการแข่งขันกีฬาต้นแบบในการต่อต้านยาเสพติดของจังหวัดเพชรบูรณ์

       ติดตามคลิปฯ ประกอบได้ที่เว็บลิงค์  https://shorturl.asia/XjJd6

              

              ติดตามประมวลภาพส่วนหนึ่งได้ที่เว็บลิงค์ 

https://shorturl.asia/1u6PN

             ติดตามการถ่ายทอดสดย้อนหลัง คู่พิเศษ ระหว่างทีมรวมยุติธรรมจังหวัด กับหัวหน้าส่วนราชการ ได้ที่เว็บลิงค์

https://shorturl.asia/JQ9WG

             วันชัย ศรีเหนี่ยง เพชรบูรณ์อีนิวส์ รายงาน







Tuesday, November 7, 2023

จังหวัดเพชรบูรณ์จัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทาน ให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ ข้าราชการหลายหมู่เหล่า และประชาชนร่วมพิธี

 



จังหวัดเพชรบูรณ์จัดพิธีมอบสิ่งของพระราชทาน ให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย ในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ ข้าราชการหลายหมู่เหล่า และประชาชนจิตอาสาร่วมพิธี


เมื่อวันอังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30 น. นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นายสมพงษ์ มหาวังษ์ นายอำเภอหนองไผ่ เป็นผู้แทนประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ในการมอบสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย ในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ รายนายประดับ ชนะฉันทะ 




                สำหรับนายประดับ ชนะฉันทะ นั้น เนื่องจากบ้านที่อยู่อาศัยประจำได้ประสบอัคคีภัย ทำให้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ทั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากคณะสงฆ์อำเภอหนองไผ่ ร่วมบริจาคเงินและสิ่งของให้กับผู้ประสบภัย โดยมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสงเคราะห์ฯ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอัคคีภัยในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ณ บริเวณบ้านที่เกิดเหตุ เลขที่ 101 หมู่ที่ 3 ตำบลนาเฉลียง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ 








                 อนึ่ง พล.ต.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 (ผบ.มทบ.36) มอบหมายให้ พ.ต.ทองใบ บุญรอด ผู้ช่วยสัสดีอำเภอหนองไผ่ รักษาราชการ สัสดีอำเภอหนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ และ ร.ต.หญิง สุภาวดี แก้วบุญเรือง จอส.904 ของหน่วย เป็นผู้แทน ผบ.มทบ.36 เข้าร่วมในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานด้วย  

                ติดตามประมวลภาพส่วนหนึ่งได้ที่เว็บลิงค์ https://shorturl.asia/0ESBs


                  วันชัย ศรีเหนี่ยง รายงาน


นายกฯ สุเมธ บุญวรานันฐ์ จัดประชุมคณะกรรมการสมาคมสมาพันธ์สื่อสารมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์ ขับเคลื่อนงานต่อเนื่อง

 


นายกฯ สุเมธ  จัดประชุมคณะกรรมการสมาคมสมาพันธ์สื่อสารมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์ ขับเคลื่อนงานต่อเนื่อง

          เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน 2566 นายสุเมธ บุญวรานันฐ์ นายกสมาคมสมาพันธ์สื่อสารมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสมาคม ครั้งที่ 2/2566 ณ ที่ทำการสมาคมเลขที่ 27/28 หมู่ที่ 2  ตำบลสะเดียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีเรื่องแจ้งเพื่อทราบ และพิจารณา  รวมกันหลายเรื่อง




           ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว มีผู้มาประชุมประกอบด้วย ดร.วันชัย พรหมเศรณี อุปนายก คนที่ 1  นายสมศักดิ์ คงวิเศษ อุปนายก  คนที่ 2   นางอุรุ วรรณชาติ ประชาสัมพันธ์   นายยรรยง คำสองสี กรรมการ  นายบุญชัย  บุญญภูษิต ปฎิคม  และนายวันชัย ศรีเหนี่ยง เลขาธิการ

            หลังจากเปิดประชุมแล้ว ได้มีการประชุมตามระเบียบวาระ อาทิ เรื่องที่ประธานแจ้งให้ทราบ ได้แก่ การร่วมเป็นคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า  การยืนไว้อาลัยต่อการจากไปของสมาชิกสมาคม รวมกัน 5-6 ราย การรายงานผลการจำหน่ายของที่ระลึก  การรายงานผลการดำเนินคดีกับผู้โพสต์ลงในเว็บไซต์เฟสบุ๊กจนทำให้สมาคมได้รับความเสียหาย การรายงานสถานะทางการเงินของสมาคม การปรับปรุงระบบฐานข้อมูลสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน และการร่วมกันกำหนดให้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญ โดยในเบื้องต้นได้กำหนดวันประชุมไว้ภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ทั้งนี้ ให้ดูความเหมาะสมต่อไป 

            ในโอกาสเดียวกันนี้ นายชัยยันต์ ยอดคำ อดีตพาณิชย์จังหวัด หลายจังหวัด   ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จ.เพชรบูรณ์ ได้นำเสนอภารกิจของสมาพันธ์ฯ แบบสั้นๆ ให้คณะกรรมการทราบและจะได้มีการประสานงานกับสมาคมสมาพันธ์ฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

            ติดตามประมวลภาพส่วนหนึ่งได้ที่เว็บลิงค์  https://shorturl.asia/H6qEV

             วันชัย ศรีเหนี่ยง  รายงาน


Monday, November 6, 2023

สนง.คปภ.จ.เพชรบูรณ์ลงพื้นที่แจ้งสิทธิประกันภัยและลงพื้นที่ประชุมวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ที่ ต.ชอนไพร อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

สนง.คปภ.จ.เพชรบูรณ์ลงพื้นที่แจ้งสิทธิประกันภัยและลงพื้นที่ประชุมวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ที่ตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์



             เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 นางสาวรัตติยา ฤกษ์จำนง ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จ.สิงห์บุรี รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จังหวัดเพชรบูรณ์ นำคณะลงพื้นที่แจ้งสิทธิ์ประกันภัย ณ โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และร่วมประชุมวิเคราะห์หาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ณ ห้องประชุม อบต.ชอนไพร ตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์




              ทั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 16 ราย แบ่งเป็นชาย 10 คน และหญิง 6 คน ซึ่งรถกะบะเป็นรถที่มีประกันกัยไว้กับบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

               ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากข่าวของมูลนิธิร่มโพธิ์ เว็บลิงค์  https://shorturl.asia/5jNi6

                วันชัย ศรีเหนี่ยง รายงาน

Sunday, November 5, 2023

เปิดรับสมัครแล้ว นักศึกษาวิชาทหาร, ข้าราชการตำรวจ, ทหาร, พลเรือน และประชาชน เข้ารับการอบรมหลักสูตร จิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 4/67 จำนวน 200 คน


เปิดรับสมัครแล้ว   นักศึกษาวิชาทหาร, ข้าราชการตำรวจ, ทหาร,  พลเรือน และประชาชน เข้ารับการอบรมหลักสูตร  จิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3)  รุ่นที่ 4/67 จำนวน 200 คน


��  รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – 1 ธันวาคม 256

� การส่งแบบฟอร์มการสมัคร

ข้าราชการทหาร และตำรวจ ให้ส่งที่หน่วยต้นสังกัด

ข้าราชการพลเรือน, ผู้นำท้องที่, ผู้นำท้องถิ่น, ประชาชน,  

อสม. และนักศึกษา ให้ส่งที่ทำการปกครองอำเภอ 

หรือที่ทำการปกครองจังหวัด �

 



� 20 ธ.ค. 66 การสัมภาษณ์ผู้สมัครในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง  ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 

� 27 ธ.ค. 66 การสัมภาษณ์ผู้สมัครในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน  ณ สโมสรกาวิละ ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 


� 10 ม.ค. 67 ประกาศผลการคัดเลือก 


� �  7 - 23 ก.พ.67 ห้วงการฝึกอบรม ณ ศูนย์ฝึกจิตอาสา ภาค 3 (กองบิน 41)   อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 



 � หมายเหตุ  .-  � ผู้สนใจ ��  อยากสมัคร อบรมหลักสูตร  จิตอาสา 904  ภาค 3 ต้องทำยังไง ?  


� สามารถเข้ามาสอบถามรับทราบ ขั้นตอนการสมัคร และ Time Line การรับสมัคร  � สามารถ Add line  ตาม  QR code ข้างล่าง ได้เลย 


[ �� ]  เพียงสแกน QR Code บนภาพประชาสัมพันธ์ในโพสต์  � โอกาสก็จะเป็นของคุณ � สอบถามรายละเอียด ได้ที่ โทร.  081-0878869  ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3

กรมชลประทานจัดประชุมกลุ่มย่อยศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำห้วยยาง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบูรณ์

  กรมชลประทานจัดประชุมกลุ่มย่อยศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมอ่างเก็บน้ำห้วยยาง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบูรณ์         กรม...

บทความ